วันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ทานผลไม้ให้ได้ประโยชน์สูง

        
          บล็อกนี้เกิดจากการที่ตัวของผู้ทำบล็อกมีความสนใจและใส่ใจในเรื่องของการดูแลสุขภาพร่างกายผิวพรรณให้ดูมีสุขภาพที่ดีอยู่ตลอดเวลาและเป็นคนที่ชอบทานผลไม้เป็นชีวิตจิตใจ จึงได้จัดทำบล็อกนี้ขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ให้ผู้ที่สนใจที่ชอบทานผลไม้ในการดูแลสุขภาพร่างกายให้คงความเป็นหมุ่มเป็นสาวได้รู้ถึง ประโยชน์ โทษ และเคล็บลับการทานผลไม้ให้ถูกวิธี
         
          เป็นที่ทราบกันดีว่าการทาน "ผลไม้" เป็นวิธีสำคัญที่ช่วยล้างพิษ ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน หรือมะเร็งนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งเม็ดเลือด เต้านม ตับ กระเพาะอาหาร ฯลฯ  เพราะผลไม้ส่วนใหญ่มีน้ำประกอบอยู่ในปริมาณ 80-90%ทั้งยังมีกากใยช่วยกวาดล้างพิษต่างๆ ที่คั่งค้างในร่างกายให้ออกไป โดยการขับถ่าย ดังนั้น เมื่อรวมกับวิตามินและเกลือแร่ที่ได้จากผลไม้แล้ว จึงนับว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์กว่าอาหารบางอย่างเสียอีก แต่มีข้อแม้ว่าต้องทานให้ถูกต้องอย่างสมดุล


          แม้ผลไม้จะมีน้ำตาล และคาร์โบไฮเดรต แต่กลับไม่ทำให้เราอ้วนเท่ากับการทานอาหารชนิดอื่นๆ โดยงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเยลของสหรัฐฯ ระบุว่าน้ำตาลในผลไม้มีผลต่อการหลั่งของน้ำย่อย ทำให้ไม่หิวโหยมากเมื่อทานอาหารมื้ออื่นๆ โอกาสที่จะอ้วนจึงลดลงไปด้วย นอกจากนี้ยังพบว่าสารอาหารหลายชนิดที่พบในผลไม้มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหัวใจวายได้ โดยช่วยป้องกันไม่ให้เลือดจับตัวหนาจนไปอุดตันในหลอดเลือด








          นอกจากนี้ร่างกายจะใช้เวลาในการย่อยและดูดซึมสารอาหารจากผลไม้ไปใช้ในร่างกายเพียง 20-30นาทีเท่านั้น แถมยังใช้พลังงานสำหรับการย่อยน้อยมาก โดยเฉพาะผลไม้ที่มีน้ำมาก เช่น ส้ม องุ่น มังคุด แต่ถ้าหากเป็นกล้วย ทุเรียน ซึ่งมีน้ำน้อยจะใช้เวลาย่อยนานขึ้น ซึ่งต่างกับการทานอาหารชนิดอื่น  เช่น ข้าว หรือเนื้อสัตว์ ล้วนต้องใช้พลังงานสูงในการย่อยบางที 4ชั่วโมงยังย่อยไม่หมดเลยด้วยซ้ำ ซึ่งผลก็คือทำให้เรารู้สึกเพลีย ง่วงเหงาหาวนอนหลังอาหารมื้อนั้น ซึ่งอาการนี้จะไม่เกิดเลย ถ้าเราทานผลไม้เยอะๆ

           เมื่อน้ำและกากใยในผลไม้ช่วยในการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายจึงมีผลในการช่วยลดน้ำหนักได้และร่างกายจะใช้ประโยชน์จากผลไม้ได้สูงสุดต่อเมื่อเราทานผลไม้อย่างถูกวิธี คือการทานผลไม้ขณะที่ท้องว่างไม่ควรทานผลไม้หลังอาหารหรือพร้อมกับอาหารอื่นๆ หรือหากทานผลไม้แล้วจะทานอาหารอื่นตามก็ควรรอสัก 20-30 นาที เพื่อให้ผลไม้ที่ทานเข้าไปตกสู่ลำไส้เล็กและดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างเต็มที่
 
          สาเหตุที่ไม่ควรทานผลไม้หลังอาหารนั้นเพราะเมื่ออาหารตกถึงกระเพาะจะใช้เวลาย่อยประมาณ 4ชั่วโมง หากทานผลไม้ตามลงไปแทนที่จะผ่านไปยังลำไส้เล็กได้เลย ก็จะต้องถูกขัดขวางจากอาหารที่รอการย่อยยากๆ ทั้งหลายก่อน อาหารและผลไม้ที่ผสมกันในกระเพาะ จึงอาจทำให้เกิดการหมักบูด เกิดแก๊ส มีผลทำให้เกิดอาการจุกเสียดแน่นเฟ้อนั่นเอง

          เวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการทานผลไม้หรือดื่มน้ำผลไม้ คือช่วงเช้าของทุกวัน ตั้งแต่ตอนตื่นจนถึงเที่ยง เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายสะสมพลังงานไว้เต็มเปี่ยมตลอดคืน ดังนั้น เวลาตื่นจะเป็นช่วงที่ร่างกายสดชื่นที่สุด จึงไม่ควรจะสูญเสียพลังงานที่มีค่าของวันนี้ไปเปล่าๆ กับการย่อยอาหารนานๆ





             ข้อสำคัญอีกประการหนึ่งคือการเลือกผลไม้ที่เราจะทานสำคัญที่สุดคือ ต้อง "สด"และไม่ได้ผ่านความร้อน การหมักดอง หรือการปรุงรสใดๆ เพราะร่างกายเราจะนำไปใช้ประโยชน์ได้มากที่สุดเมื่อมันอยุ่ในสภาพธรรมชาติเท่านั้น แต่ผลไม้ที่ผ่านความร้อนในการปรุงนั้นจะสูญเสียคุณค่าทางสารอาหารไปเสียหมดกับความร้อน

         ถือเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการดูแลสุขภาพร่างกายให้สอดคล้องกับที่ธรรม ชาติสร้างมา หากทำแบบนี้ได้เป็นประจำ ร่างกายเราก็จะได้รับสารอาหารสำคัญจากผลไม้เต็มที่ ช่วยให้เราคงความเป็นหนุ่มเป็นสาวได้ดี มีอายุยืน สุขภาพดีกระชุ่มกระชวยอยู่เสมอ


 หวังว่าท่านที่เข้ามาชมจะได้เคล็ดลับดีๆกลับไปนะครับ   สุขภาพดีไม่มีขาย